Guestpost โฟสฟรี ถ้าคุณมีสาระดีๆ ที่นี่เราให้คุณได้แบ่งปัน

Notifications
Clear all

กัญชาพันธุ์ "อิสระ 01" ผ่านเกณฑ์ ได้รับการรับรองเป็นพันธุ์แรก สรรพคุณทางยาเพียบ

penlert
(@penlert)
Noble Member Registered

อิสระ 01 กัญชาพันธุ์แรก,กัญชาพันธุ์ อิสระ 01,กัญชาพันธุ์ไทยรุ่นแรก

(14 มี.ค.64) นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ในขณะนี้กรมวิชาการเกษตรรับรองพันธุ์กัญชา ตามพรบ.พันธุ์พืช พ.ศ. 2518 แล้ว 1 พันธุ์คือ กัญชาพันธุ์อิสระ 01 เมื่อต้นเดือนก.พ.2564 โดยเป็นสายพันธุ์ที่มาจากการพัฒนาคัดเลือกกลุ่มประชากรกัญชาสายพันธุ์ไทย ที่ปลูกอยู่ในเขตพื้นที่ภาคเหนือ ระยะเวลาในการดำเนินการปรับปรุงพันธุ์ประมาณ 24 ปี

และได้นำไปใช้ประโยชน์ในโครงการปลูกและสกัดพืชกัญชาผลิตตำรับยารักษาโรค กรณีจำเป็นเฉพาะผู้ป่วยเฉพาะราย และโครงการผลิตช่อดอกกัญชาจากระบบผลิตกัญชาไทยคุณภาพสูงเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ ซึ่งคณะผู้ดำเนินงานใช้ชื่อว่ากัญชา“พันธุ์อิสระ 01” สื่อความหมายถึงกัญชาสายพันธุ์ดีของประเทศไทยที่มีสาร Cannabinoid (CBD) ซึ่งมีสรรพคุณทางยาได้รับการปลดปล่อยให้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้

“ทั้งนี้การขึ้นทะเบียนทะเบียนพันธุ์พืชซึ่งเป็นการให้การรับรองพันธุ์พืชที่มีผู้มายื่นคำขอขึ้นทะเบียนตามพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. 2518 ต้องแจ้งแหล่งที่มา ประวัติ และลักษณะประจำพันธุ์ของพันธุ์พืชไว้กับกรมวิชาการเกษตร ซึ่งพืชทุกชนิด ยกเว้นเห็ด ที่มีข้อมูลชัดเจนและจะมีลักษณะดีเด่นทางการเกษตรหรือไม่มีก็ตามสามารถนำมาแจ้งขึ้นทะเบียนได้

โดยหากผ่านการพิจารณาแล้วกรมวิชาการเกษตรจะบันทึกในฐานข้อมูลและออกหนังสือรับรองเป็นพันธุ์พืชขึ้นทะเบียนพันธุ์ให้ไว้เป็นหลักฐาน เปรียบเสมือนการทำบัตรประจำตัวพันธุ์พืช เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้พัฒนาปรับปรุงพันธุ์พืช และเป็นฐานข้อมูลพันธุ์พืชของประเทศไทย

จากผลการดำเนินงานขึ้นทะเบียนพันธุ์พืชที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน สำนักคุ้มครองพันธุ์พืช กรมวิชาการเกษตร ได้ออกหนังสือรับรองพันธุ์พืชขึ้นทะเบียนแล้วรวมจำนวนทั้งสิ้น 1,478 พันธุ์ จาก 151 ชนิดพืช โดยชนิดพืชล่าสุดที่ได้รับการขึ้นทะเบียนคือกัญชาพันธุ์อิสระ 01

ซึ่งพัฒนาคัดเลือกพันธุ์โดยกรมการแพทย์ กรมวิชาการเกษตร และมูลนิธิวนเกษตรอินทรีย์ โดยสำนักคุ้มครองพันธุ์พืช ได้ตรวจสอบเอกสารและลักษณะประจำพันธุ์เบื้องต้นของพืชดังกล่าวตามหลักวิชาการเรียบร้อยแล้ว

จึงได้ออกประกาศโฆษณาเพื่อแจ้งให้สาธารณชนทราบและเปิดโอกาสให้ทักท้วงเมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 2563 ผลปรากฏว่าภายในระยะเวลา 30 วันนับจากวันปิดประกาศไม่มีผู้ใดทักท้วง กรมวิชาการเกษตรจึงได้ออกหนังสือรับรองพันธุ์กัญชาอิสระ 1 เป็นพันธุ์พืชขึ้นทะเบียนตามพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ.2518 พันธุ์ล่าสุดของกรมวิชาการเกษตรเมื่อวันที่ 29 ม.ค. 2564

ทั้งนี้การนำพันธุ์พืชมาขอขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตรจะทำให้พันธุ์พืชที่ผ่านการรับรองได้รับความเชื่อมั่นและการยอมรับในคุณสมบัติของพันธุ์ ซึ่งผู้ที่ต้องการนำพันธุ์พืชมาขอรับการขึ้นทะเบียนสามารถมายื่นคำขอได้ที่สำนักคุ้มครองพันธุ์พืช หรือยื่นคำขอทางไปรษณีย์

โดยจะต้องมีข้อมูลที่มาของพันธุ์พืชที่จะขอขึ้นทะเบียน ได้แก่ ชื่อพันธุ์ แหล่งที่มา ประวัติพันธุ์ วิธีการปรับปรุงพันธุ์ ลักษณะประจำพันธุ์ทางพฤกษศาสตร์ ลักษณะอื่นๆ และรูปภาพต้น ใบ ดอก และผล เอกสารหลักฐานยืนยันตัวบุคคล นิติบุคคล หนังสือมอบอำนาจ (กรณีมอบอำนาจ)

กรณีขอขึ้นทะเบียนพืชกัญชงและกัญชาซึ่งเป็นพืชยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 จะต้องแนบหนังสือรับรองว่าเป็นผู้ได้รับอนุญาตดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมายยาเสพติดให้โทษจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)ด้วย

คุณสมบัติของพันธุ์ที่จะยื่นขอหนังสือรับรองพันธุ์พืชขึ้นทะเบียนพันธุ์ต้องมีความแตกต่างทางสัณฐานวิทยา มีความสม่ำเสมอ มีความคงตัว รวมถึงมีชื่อไม่ซ้ำและเหมาะสม หากเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบข้อมูลครบถ้วนและถูกต้องจะจัดทำข้อมูลเสนออธิบดีกรมวิชาการเกษตรเพื่อประกาศโฆษณาบนเว็บไซต์ของกรมวิชาการเกษตร และติดประกาศที่สำนักคุ้มครองพันธุ์พืช เป็นระยะเวลา 30 วัน เพื่อแจ้งให้สาธารณชนทราบและเปิดโอกาสให้ทักท้วง

กรณีไม่มีผู้ทักท้วงภายใน 30 วัน นับจากวันปิดประกาศ กรมวิชาการเกษตรจะออกหนังสือรับรองพันธุ์พืชขึ้นทะเบียนฯ ให้เจ้าของพันธุ์ต่อไป ผู้ที่สนใจจะนำพันธุ์พืชมาขอรับการขึ้นทะเบียนสามารถติดต่อได้ที่กลุ่มวิจัยการคุ้มครองพันธุ์พืช สำนักคุ้มครองพันธุ์

“ปัจจุบันกรมได้มีแผนการวิจัยและพัฒนาพืชกัญชาและกัญชง โดยการรวบรวมและศึกษาขยายพันธุ์พื้นเมืองและพันธุ์การค้าต่างประเทศ เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ ที่กรุงเทพฯ เพื่อให้ได้เมล็ดพันธุ์ดี และที่ศูนย์เชียงรายเป็นการทดลองปลูกในสภาพโรงเรือน การทดสอบสายพันธุ์คุณภาพเพื่อใช้ทางการแพทย์ การศึกษาการจำแนกกัญชาเพื่อรองรับการคุ้มครองพันธุ์พืช การวิจัยยีนและการแสดงออกของยีน นอกจากนั้นได้มีการคัดเลือกสายพันธุ์และทดสอบเทคโนโลยีการผลิตพืชสกุลกัญชาเพื่อใช้ทางการแพทย์และอุตสาหกรรม ที่วิสาหกิจชุมชนเพ-ลา เพลินและวิสาหกิจชุมชนปลูกพืชสมุนไพรไทยโนนมาลัย จ.บุรีรัมย์”

อย่างไรก็ตาม กรมวิชาการเกษตรอยู่ระหว่างร่วมกับองค์การอาหารและยา เพื่อกันกำหนดแนวทางในการขับเคลื่อนการส่งเสริมการปลูกพืชกัญชงและที่จะครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการนำเข้าและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ การขออนุญาตปลูก การตรวจแปลง การตรวจสารยาในเมล็ด ไปจนถึงการจับคู่รับซื้อผลผลิตทั้งหมด จนถึงกระบวนการแปรรูป

เนื่องจากเป็นพืชควบคุม ทั้งนี้จะส่งผลให้ประชาชนทั่วไปที่ประสงค์จะปลูกสามารถยื่นเรื่องเพื่อขออนุญาตได้ที่คณะกรรมการระดับจังหวัด เพราะรัฐบาลต้องการให้นโยบายที่ออกมาสร้างอานิสงค์ทั้งการสร้างงานและการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร ภายใต้กำกับของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้แนวปฏิบัติประกอบด้วย

1.การนำเข้าเมล็ดพันธุ์และจำหน่ายเมล็ดพันธุ์

กรมวิชาการเกษตรจะเร่งดำเนินการประกาศให้เมล็ดพันธุ์กัญชาและกัญชงเป็นเมล็ดพันธุ์ควบคุมตามพรบ.พันธุ์พืช พ.ศ. 2518 โดยในระหว่างรอประกาศ จะใช้ระเบียบและกฎเกณฑ์ของอย.ไปพรางก่อน เมื่อมีประกาศแล้ว ให้สองหน่วยงานบูรณาการในการรับรองใบอนุญาต

2. การขออนุญาตปลูกเป็นของ อย.

ซึ่งจะมีคณะกรรมการระดับจังหวัด พิจารณาและรวบรวมรายชื่อผู้ปลูกและหลักฐานการยื่นให้เกษตรและสหกรณ์จังหวัดและหน่วยงานในกระทรวงเกษตรดูแล ตั้งแต่การเตรียมแปลง ตามเก็บเกี่ยว และส่งผลการตรวจประเมินความสามารถของผู้ปลูกให้อย. และกระทรวงเกษตรฯจะร่วมตรวจสอบการนำเข้าการผลิตเมล็ดพันธุ์เพื่อจำหน่าย การควบคุมการผลิตต้นกล้าและคุณภาพต้นกล้าเพื่อให้ได้คุณภาพตรงตามสายพันธุ์

3.การทดสอบคุณภาพของกัญชาและกัญชง

ผู้ปลูกและผู้ซื้อสามารถใช้อุปกรณ์ตรวจเบื้องต้นได้เอง และกระทรวงสาธารณสุขสนับสนุนให้เอกชนตั้งห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์คุณสมบัติทางกายภาพและคุณสมบัติทางเคมีของสารสกัดจากกัญชาและกัญชง เพื่อให้การบริการประชาชนทั่วถึง

4.การซื้อ-ขายกัญชาและกัญชง

จะเป็นการซื้อ-ขายโดยตรงหรือระบบcontract farming ระหว่างผู้ซื้อและผู้ปลูก รวมถึงการจัดตั้งตลาดกลางกัญชา ตลาดกลางกัญชง เป็นศูนย์กลางการซื้อ-ขายที่มีกำหนดมาตรฐานสินค้า การกำหนดราคากลาง และการซื้อขายที่เป็นธรรมโดยให้กรมส่งเสริมสหกรณ์เป็นหน่วยงานหลักในการจัดตั้ง

กำเนิด กัญชาสายพันธุ์ " อิสระ 01”

นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2477 จนถึงปัจจุบัน เป็นวลายาวนานถึง 85 ปี ที่กัญชง-กัญชาสายพันธุ์ไทย ต้องถูกพันธนาการด้วยบทบัญญัติของกฎหมาย ที่กําหนดให้ผู้ใดครอบครอง ขาย และใช้กัญชา เป็นความผิดอาญา

19 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2562 กฎหมายเปิดช่องให้โอกาสกัญชง-กัญชาไทยได้รับการนิรโทษกรรม หลุดพ้นจาก พันธนาการสู่ความเป็น “อิสระ”

ปลดปล่อยศักยภาพพืชสมุนไพรแห่งความเมตตา ซึ่งเป็นสํานึกกัญชง-กัญชาสายพันธุ์ ไทย เป็นพืชพื้นถิ่นของไทย สามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมและภูมิอากาศของประเทศไทย ปลูกใต้ทั้งใน โรงเรือนเปิดและพื้นที่กลางแจ้ง ปลูกด้วยวิถีและภูมิปัญญาไทย ไม่ถูกครอบงําด้วยความคิดของต่างชาติ เป็นอิสระ ของความเป็นไท

จึงเป็นที่มาของชื่อสายพันธุ์ “อิสระ 01″

โดยนายแพทย์อิสระ เจียวิริยบุญญา แพทย์ที่ทำเรื่องกัญชาทางการแพทย์มานานหลายปี ได้มาจากนักวิจัยอิสระ โดย ได้รับการวิจัยโดยรวบรวมตั้งแต่ ปี พ.ศ.2546 ทําการ คัดเลือกตามขั้นตอนการปรับปรุงพันธุ์และส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้รับอนุญาต ตาม พรบ.

ตรวจหาสารได้ สายพันธุ์ที่มีคุณลักษณะทางยาและเส้นใย มีอัตราส่วนจากการสกัดของสาร THC และ CBD ใกล้เคียง 1:1

กัญชาสายพันธุ์ " อิสระ 01” เป็นพืชจัดอยู่ในวงศ์ Carnabaceae มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Carnabis sativaL ซึ่งรวมถึงพืชที่เรียกว่า กัญชง หรือ กัญชา เป็นสายพันธุ์ดีเด่นของกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

โดยนายแพทย์อิสระ เจียวิริยบุญญา ที่ใช้ในโครงการปลูกและสกัดพืชกัญชาผลิตยารักษาโรคกรณีจําเป็น สําหรับผู้ป่วยเฉพาะราย (sas) และส่งมอบเมล็ดให้ม.แม่โจ้ และมทร.ล้านนานำไปปลูกในโครงการmou ระหว่างกรมการแพทย์ องค์การเภสัชกรรม ม.แม่โจ้ มทร.ล้านนา

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

เป็นพืชแบบฤดูเดียว หรือ ทั้ง 2 ฤดู

ความสูง ที่อายุ 100-120 วัน ของแปลงขยายเมล็ดพันธุ์ในฤดูฝน ปกติมีความสูง 3-3.5 เมตรหรือมากกว่า

สภาพปลูกชิดใช้เส้นใยหรือใบ ล้าต้นเรียว กิ่งน้อย ส่วนสนาพปลูกห่าง 1×1 – 1.5×1.5 เมตร เพื่อผลิตดอก และเมล็ด ล้าต้นแตกกิ่งเฉลี่ย 30 กิ่งต่อต้น ใบเป็นแบบ ใบหนัก คล้ายขนนก มีใบย่อยเฉลี่ย 5-7 ใบ มากกว่า 90% ของใบทั้งหมดต่อต้น ใบเรียวรูป หอกกว้าง ส่วนของใบย่อย ในกลางมีความกว้างของใบเฉลี่ยมากกว่า 2 เซนติเมตร ที่อายุ 60 วันหลังงอก ขอบใบเป็นรอยหยักแบบฟันเลื่อย รอยหยักลึกมากกว่า 1 เซนติเมตร ขอบใบของรอยหยักแต่ละที่จะมีมุมเฉียงกว่า 20 องศาในยอดและใบส่วนอื่น มีสีเขียว ลําต้นสีเขียว โคนลําต้นอ่อนสีเขียวอมม่วงเล็กน้อย

ล้าต้นแก่สีเทาอมสีน้ําตาล

เพศ แบบ dioecious มีดอกเพศผู้ เพศเมีย แยกต้นกัน การออกดอกเป็นประเภทตอบสนองต่อแสง ออกดอกช่วง ตุลาคม-พฤศจิกายน

เมล็ดมีรูปร่างกึ่งกลม สีเทาอมน้ําตาล เฉลี่ยน้ําหนัก 1,000 เมล็ต มีน้ําหนัก 32 กรัม

สภาพการปลูก

เป็นสายพันธุ์กัญชง-กัญชาที่เหมาะสมในการปลูกในสภาพสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย ปลูกได้ทุกฤดูกาล ตามสภาพการจัดการที่เหมาะสม สภาพที่สูงระดับพื้นราน ถึงที่สูงกว่าระดับน้ําทะเล 1,000 เมตร สภาพดินร่วน ระบายน้ําได้ดี อุณหภูมิ 17-27 องศาเซลเซียส

ลายพิมพ์ DNA ของ สายพันธุ์อิสระ 01

สายพันธุ์อิสระ 01 อยู่ใน Lane ที่ 2

ทําการแยกดีเอ็นเอ โดยวิธีการของ Doyle arvd Doyle (1987) ของพืชกัญชา 7 สายพันธุ์ ใช้ไพร เมอร์ OPE-04 ตามแผ่นภาพลายพิมพ์ DNA กัญชาสายพันธุ์อิสระ 01 อยู่ใน Lane ที่ 2 การปรากฏของแถบ DNA ซึ่งอยู่ในช่วง 0.3-2.0 Kbp. มีความแตกต่างกันกับสายพันธุ์อื่นๆอีก 6 สายพันธุ์ที่ปรากฏในแต่ละLane

ลักษณะเด่น

เป็นสายพันธุ์กัญชง-กัญชาของไทย อยู่ในกลุ่มให้ประโยชน์ทางยาและเส้นใย มีปริมาณสารแคนนาบินอยด์ ในกลุ่ม CBD : THC ค่าใกล้เคียง 1:1 มีระดับสารแคนนาบินอยด์ในระดับ ปานกลาง การวิเคราะห์ใบที่อายุ 60 วัน มีค่า CBD -THC Relationships อยู่ระหว่าง <2 :1 ถึง <1 : >1 มีค่าเฉลี่ย Total CBD (CBD+CBDa) เท่ากับ 6.93 และ Total THC (THC+THCa) เท่ากับ 8.55 และ มีค่าเฉลี่ยอัตราส่วนระหว่าง Total THC : Total CBD เท่ากับ 1.23:1

ที่สามารถนําเข้าสู่กระบวน การพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สําเร็จ (Finished product) เพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ในการรักษาโรค และอาการต่างๆ ได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียนจากเคมีบําบัด กล้ามเนื้อหดเกร็งในผู้ป่วยปลอกประสาทเสื่อมแข็ง ปวดประสาท โรคพาร์กินสัน โรคอัลไซเมอร์ รวมถึง การดูผู้ป่วยแบบประคับประคอง และการดูแลผู้ป่วย โรคมะเร็งระยะท้าย

เป็นสายพันธุ์ไทยตั้งเดิม ที่ผ่านขั้นตอนการคัดเลือกและปรับปรุงพันธุ์ จนสามารถนําไปเป็นวัตถุดิบสําหรับ ผลิตยาตามตํารับแพทย์แผนไทยซึ่งต้องใช้พันธุ์ของไทยตามสูตรยาที่เป็นภูมิปัญญาไทย

เชื่อว่า อิสระ01 จะมีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมและศัตรูพืช ไม่ต้องใช้สารเคมีใดๆ ในการป้องกันกําจัดศัตรูพืชของสภาพแปลงปลูก สามารถปลูกได้ในแปลงปลูกตามสภาพธรรมชาติทั่วไป และสภาพเรือนปลูกพืชทดลองที่มีระบบควบคุม

และทุกคนคาดหวังว่า อิสระ 01 จะเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์รุ่นแรกที่ส่งต่อสายพันธุ์ชั้นลูกหลานให้กับประชาชนทั้งประเทศ

หลังจากมีการทดสอบการปลูกแบบอินทรีย์ทั้งหมดทั้งภายในและภายนอก เพื่อไม่ให้มีสารปนเปื้อนใดๆ โดยม.แม่โจ้

และนำส่งนวัตกรรมการปลูกที่ปลอดภัย ได้สารสำคัญสูงทางการแพทย์เหมาะกับการรักษาโรคต่างๆ ให้กับชุมชนวิสาหกิจทั่วประเทศ และประชาชนต่อไปเมื่อทุกอย่างพร้อม!

https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/926873

Quote
Topic starter Posted : 14/03/2021 8:54 pm
Share: